วัดใจ ไป Madagascar ตอนมีโรคระบาด

[dropcap]ท[/dropcap]ริปสั้นๆ 6 วัน 5 คืน แต่เป็นอะไรที่วัดดวง วัดใจพวกเรามาก บอกก่อนว่าคนเขียนไม่ได้อยากมาขนาดนั้น 555+ โคตรกลัวแมลงสาบเลย แต่เพื่อนรักอยากมาก็จัดให้

เราบินเข้ามาจาก Kenya ค่ะ (https://atomic-temporary-132955911.wpcomstaging.com/2017/11/12/ลุย-kenya-5-วัน-แบบงบสบายกระเป๋/)

มาถึงก็ลงใจกลางโรคระบาด (The Plague) เลยค่ะ ปีนี้เป็นหนักเพราะเป็นสายที่ติดต่อคนสู่คน แทนที่จะเป็นจากหนู/flea แล้วดันมาระบาดในเมืองหลวง Antananarivo เนี่ยนะ แล้วเราจะทำยังไงละทีนี้

อย่างแรกเลยค่ะ เราเตรียมหน้ากากตั้งแต่ลงที่สนามบิน (แต่ไม่ได้ใช่) คนบินเข้ามีแต่ฝรั่ง เด็กๆก็เยอะ เราพยายามอยู่ห่างจากคนอื่น สัก 2 เมตร ตอนเข้าไปในตัวสนามบิน เขาจะมีใบข้อมูลให้อ่าน มีการตรวจสมุด vaccine yellow fever เพราะเรามาจาก Kenya แล้วก็มีแจกข้อมูลเกี่ยวกับ Ebola ด้วย คือแบบนะ เราเตือนตัวเองตลอดว่าต้องคอยเช็ดมือ ห้ามเอามือจับหน้า

พอเรารับกระเป๋าเสร็จ ก็รีบไปแลกเงิน เงินจะเน่าๆเก่าๆหน่อยนะ (เงิน 1000 ariary = 10 บาท) ซื้อซิมของ Telma แล้วก็ขึ้นรถโรงแรมที่มารอรับอยู่ ตรงไปโรงแรม Ibis ใน Tana (ชื่อย่อเมืองหลวง) พอถึงก็ไม่มีการออกจากโรงแรม ทานข้าวเย็นที่นั้นเลย ออกมาอีกทีคือเช้าวันรุ่งขึ้น

คนขับกับรถที่ติดต่อไว้ มารับตั้งแต่เช้าเลย เพราะวันแรกขับยาว 7 ชม เราก็ใส่หน้ากากไป เผื่อกันฝุ่นมากกว่า (เปลี่ยนอันใหม่ทุกวันค่ะ สะอาด ปลอดภัย) รถเขาจะไม่ค่อยเปิดแอร์ เปิดแค่ใน Tana ที่เหลือตอนขับยาวเปิดหน้าต่างเอา เราแนะนำให้มาแค่ช่วงหน้าหนาว เราไปตอนใบไม้ผลิ เริ่มร้อนเกินไปละ แต่ดอกไม้เยอะ มันจะมีต้นไม้ชนิดหนึ่ง ออกดอกสีม่วงเยอะเยะไปหมด

เพราะความกลัวตาย ทริปนี้เราล้างมือ เช็ดมือบ่อยมาก อาหาร ก็จะระวังเป็นพิเศษ ดูความสะอาด กินแต่ในโรงแรม + ร้านที่นักท่องเที่ยวกิน ไม่มีการกินข้างถนน เราเอาพวกอาหารสำเร็จติดไปด้วย ยังดีที่พอขับออกมาจาก Tana เราก็ได้ทิ้งโรคระบาดไว้ที่นั้น ดีที่มันไม่ตามเราไปเที่ยวด้วย เส้นทางการขับรถคือไปทาง West ตรงไปหมู่บ้าน Miandrivazo นอน 1 คืน แล้วขับอีก 4 ชม ไป Morondava

เราพักที่ชายหาด Morondava (เสี่ยงตายมาเที่ยวทะเล? ไม่ใช่ละ) กัน 2 คืน ที่โรงแรม Palissandre Cote Ouest เพื่อที่จะได้ไปชมวิวกันที่ Avenue of the Baobabs ต้นไม้ที่ตามหา บินข้ามนำ้ ข้ามทะเล ฝ่าโรคภัยมา เพราะจะมาดูต้นไม้ค่ะ 😑 คุ้มไหมเนี่ย มันเป็น Tree of Life ต้นไม้ในตำนาน ต้นไม้ที่อยู่ในหนังสือ The Little Prince ตัวต้นเรื่องทำให้ประเทศนี้ไปอยู่ใน bucket list

ที่พักรวมอาหารเช้า/เย็น ตอนเช้ามีน้ำผลไม้ baobab ให้ลอง รสชาติประมาณ passion fruit + pineapple บางคนคิดว่าเหมือน มะม่วง mexico เราเห็นลุงคนหนึ่งกินเนื้อมันด้วย แต่เราไม่ได้ลอง

วันที่มาถึงเราก็พักกันชิวๆ ไม่ออกจากโรงแรม ดูพระอาทิตย์ตกที่หาดสวยมากๆ คืนนั้นก็นอนเอาแรง วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าไป Kirindy Forest (ค่าเข้า 35000 ariary + ค่าไกด์ 10000 ariary = 45000 ariary ต่อคน) ไปส่องสัตว์แปลกๆที่มีแค่เกาะนี้ เช่น lemur และ fossa แล้วก็ดันได้เห็นสิ่งที่ไม่อยากเจอที่สุด นั้นก็คือแมลงสาบท้องถิ่น ตัวอย่างใหญ่ น่ากลัวมาก ดีบินไม่ได้

หลังจากนั้นเรายอมนั่งรถ 2 ชม กลับไปพักที่โรงแรม เพราะมันร้อนมาก ร้อนแบบจะตาย 30° แต่แดดแรงมากๆ เผากันให้ตายไปเลย พอตอนเย็นค่อยนั่งรถออกมาทางเดิม ขับย้อนมา 40 นาทีก็ถึง Avenue of the Baobabs เราไปถึง 5.30pm รอจน 6 โมงหน่อยๆ ดูพระอาทิตย์ตก แสงสวยดี รูปที่ออกมาจะ artๆ หน่อย


วันที่ 5 ก็ถึงเวลาขับกลับ คราวนี้เราแวะนอนที่ Antsirabe หลังจากขับยาวๆ มา 8 ชม แอบสงสารคนขับ แต่ก็นะ ที่ Antsirabe ไม่มีอะไรมาก เป็นเมืองแนว colonial น่ารักดี มี cathedral แล้วก็ตามถนนมีต้นไม้ที่ออกดอกสีม่วง เรานอนกันที่โรงแรม H1 แค่ 2ดาว แต่สะอาด มีไฟฟ้าตลอด มีน้ำร้อน เสียอย่างเดียว ไม่มีไดร์เป่าผม

รุ่งเช้าของวันสุดท้ายก็ขับอีก 4 ชมตรงไปสนามบิน Tana เลย เครื่องออกบ่าย 3 โมงกว่า ออกจาก Antsirabe กัน 8โมงหน่อยๆ ถึงสนามบิน เที่ยงครึ่ง ก่อนเช็คอิน ต้องผ่านการตรวจสุขภาพก่อน เขามีเอกสารให้กรอก แล้วก็มีวัดอุณภูมิ ใครไข้ขึ้นถึง 38 อาจจะอดไปต่อนะคะ สนามบินที่นี้เล็กมากๆ ไม่มีอะไรกินเลย ของก็ขายแพงมาก เราแนะนำให้กินข้าวมาก่อน


ที่พักทั้งหมดเราเลือกเอง จองเอง อย่างที่ Morondava ยอมจ่ายแพงหน่อย ส่วนที่เหลือไม่มีทางเลือกค่ะ ใน Tana นอน Ibis ก็สบายดี เราพัก ibis มาหลายประเทศแล้ว ราคาประหยัด มาตรฐานเหมือนกันทั่วโลก

ถ้าเราไปใหม่เราจะเปลี่ยนแพลนนิดหน่อย
Day 1: landing. Stay at Ibis
Day 2: sightseeing in Tana then overnight in Antsirabe (4 hours drive)
Day 3: 8 hours drive to Morondava
Day 4: Kirindy Forest + Avenue of Baobabs
Day 5: 8 hours drive back to Antsirabe
Day 6: 4 hours morning drive to Tana airport

เราจะข้าม Miandrivazo ไปค่ะ ที่นั้นมันร้อนมาก ที่พักไม่ดี อาหารก็ไม่มีอะไร สัญญานเน็ตก็ไม่มี ยังไงก็ตาม Madagascar ดีกว่าที่คิดไว้ค่ะ นึกว่าจะเถื่อนกว่านี้ เราว่ามันประมาณอินเดีย แต่แค่ไม่มีที่พักหรูๆ


TravelDouble

ติดตามเราไปรอบโลกได้ที่ facebook แล้วก็เว็บเพจของเราค่ะ (www.traveldouble.co)
Madagascar เป็นประเทศที่ 88 ของเราสองคนแล้วค่ะ เดือนหน้าเราจะมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์เที่ยว Egypt ภายใน 1 วัน

ในเฟสอัพทุกอาทิตย์นะคะ จะตัดเป็นตอนสั้นๆ ลงรูปเยอะๆหน่อย ส่วน pantip/web เราโพสต์เดือนละครั้ง เจอกันปีหน้าค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s