AsiaTravel

เส้นทางสู่ชัมบาลา (Shambhala/Shangrila)

Our first blog post :)

Life brought us together 15 years ago and we’ve been on a journey since.
ฝากติดตามการเดินทางของเราสองคนด้วยนะคะ
ก่อนที่จะไปทิเบตพวกเรานั่งเครื่องบิน AirAsia มาลงที่คุนหมิง มณฑลยูนนานประเทศจีนก่อน เพราะไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพไปลาซา เราเลย อยู่ที่คุนหมิงกัน 2 คืน แวะ เที่ยวป่าหิน เสร็จแล้วค่อยบินต่อไป เราว่าป่าหินก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นที่จริงไม่ต้องมาก็ได้แต่ไหนๆ ก็มาถึงเมืองนี้แล้วแวะมาถ่ายรูปหน่อยแล้วกัน

พอตื่นมาก็ได้เวลาย้ายที่ วันนี้เราจะเดินทางไปลี่เจียง นั่งเครื่องไม่นานจากคุนหมิงก็ถึง เราจะอยู่ที่นี่กัน 2 คืนหลังจากเช็คอินเข้าโรงแรมเสร็จ ก็ได้เวลาเดินดูเมืองเก่า เมืองเก่าที่นี่มีเอกลักษณ์ดีนะคะ แต่คนเยอะไปหน่อย พอเดินไปเรื่อยๆ ก็ได้เวลาหาของกินหละสิ ตามทางก็จะมีร้านค้าต่างๆเยอะแยะ เราแวะกินขนมไปเรื่อย แต่ถ้าใครมีปัญหากับอาหารท้องถิ่น ก็ไปกินไก่ทอด kfc หรือ พิซซ่าที่ pizza hut ได้นะคะ

1 ไฮไลท์ใกล้ๆ ลี่เจียงคือภูเขาหิมะมังกรหยก เราจะไปวัดระดับความอดทนของร่างกายกัน ดูสิว่าจะทนกับระดับ ออกซิเจนที่น้อยลงได้ไหม ก่อนที่จะถึงภูเขาคนขับรถก็พาแวะซื้อกระป๋องออกซิเจนก่อนเลย คงกลัวพวกเราตาย พอไปถึงเราก็แอบตกใจว่ารัฐบาลจีน วางระบบการจัดการทุกอย่างไว้อย่างดีมาก ทั้งรถบัสขึ้น/ลง การต่อคิว แล้วไหนจะห้องน้ำที่สะอาดอย่างผิดคาด ภูเขาหิมะเป็นที่ ที่น่ามาเที่ยวมากค่ะ สวยแล้วก็ไม่ลำบากเลย ผู้ใหญ่ก็เที่ยวได้ แต่ก็ควรเอาออกซิเจนมานะคะ เพราะเห็นบางคนก็เป็นลมตามทาง พวกเราโชคดีค่ะออกซิเจน 2 กระป๋องที่ซื้อมาไม่ได้ใช้เลย เดินแป๊บเดียวก็ถึง 4680 เมตรแล้ว วันนี้เป็นวันดีของพวกเรา โชคดีมากค่ะเจอหนุ่มจีนถ่ายรูปเก่งเดินตามถ่ายรูปให้ตลอดทาง ถ้าไม่ได้เค้าคงไม่มีรูปสวยๆแบบนี้ ขอบคุณนะคะ

ตอนลงจากเขาหิมะมังกรหยกเราได้แวะกันที่ Blue Moon Valley เป็นบ่อน้ำสีฟ้าสวย หลายบ่อเป็นขั้นบันไดตรงเชิงเขา จุดนี้แนะนำมากๆค่ะ สวยมากเลย เสียดายที่วันที่พวกเราไปอากาศไม่ค่อยดีฟ้าไม่ใส แต่น้ำก็ยังสวยนะคะ พวกเราแวะถ่ายรูปอยู่ที่นี่ประมาณชั่วโมงกว่า ที่จริงรถเค้าก็มาส่งถึงเลยนะคะ พวกเราเลือกที่จะเดินจากจุดพักรถที่มีห้องน้ำข้างบนเอง เดินชมวิวกันไปเรื่อยๆ ตามทางถนนเลาะหุบเขา ตอนเริ่มเดินก็ไม่รู้สึกเหนื่อยหรอกค่ะ พอเดินไปสักพักก็หันมาถามกันว่า เราหาเรื่องกันไปหรือเปล่า วันนี้หนักแล้วนะ เดินเยอะมาก แต่ทำยังไงได้ เดินมาแล้วก็ต้องเดินต่อไป

วันนี้จะเดินทางไปเมืองจงเตี้ยนมณฑลยูนนานเพื่อตามหาดินแดนในฝันดุจดังเช่นในหนังสือ Lost Horizon หรือหนัง Shambhala ระหว่างทางก็แวะที่ช่องแคบเสือกระโจนหรือช่องเขาเสือกระโจน จุดที่แคบที่สุดเป็นจุดที่ในตำนานเล่าว่าเสือสามารถกระโจนระหว่าง 2 ฝั่งได้เพราะมีหินก้อนใหญ่อยู่ตรงกลางแม่น้ำ เรามาถึงก็ถ่ายรูปกันแบบงงๆ เสืออยู่ไหนอ่ะ คือตัวเล็กมากค่ะแล้วก็ไปหลบอยู่ตรงที่ถ่ายรูปไม่สะดวก พวกเราเลยอดมีรูปกับเสือเลย ยังไงก็ชมภาพหินกลางแม่น้ำและวิวทิวทัศน์ไปก่อนแล้วกันนะคะ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ที่จริงสามารถมาเช้าเย็นกลับจากลี่เจียงได้เลยเพราะห่างจากตัวเมืองมาประมาณชั่วโมงเอง แต่เราว่ามันไม่มีอะไรเท่าไหร่ เดินไกลด้วยค่ะ ถ้าไม่ได้จะไปเมืองไหนต่อที่มีช่องแคบนี้เป็นทางผ่าน ก็ไม่ต้องแวะมาก็ได้

ในที่สุดก็ถึงเชียงกรีล่า ที่นี่มีเมืองเก่าที่โบราณกว่าที่ลี่เจียงแต่น่าเสียดายถูกไฟไหม้ไปเมื่อปี 2014 ก็เลยเหลือให้พวกเราเห็นอยู่นิดเดียวเอง เราจะอยู่ที่นี่กัน 3 คืน จะได้มีเวลาเที่ยวรอบๆ เพื่อตามหาซัมบาลา ที่พักของพวกเราตลกมากค่ะ ทำเอาเครียดเลย ตัวห้องนอนก็ยังดีนะคะ กว้างขวางและสะอาด แต่ห้องน้ำนี่สิแปลกมาก ไม่เคยเจอแบบนี้ ที่อาบน้ำ ตัวหัวฝักบัวอะค่ะ อยู่เนื้อโถแบบยองๆ ตอนแรกที่เห็นก็ไปไม่เป็นเลยค่ะ จะอาบกันยังไงเนี่ย แต่พวกเราก็รอดมาได้นะคะ หลังจากทริปนี้เจอห้องน้ำแบบไหนก็เข้าได้แล้วค่ะ เน่าสุดสุดก็เจอมาแล้ว

เอาเถอะมาเล่าต่อเรื่องสถานที่เที่ยวดีกว่าวันนี้ตอนเย็นๆพวกเรามีเวลาเหลือก็เลยได้ไปแวะเที่ยววัดในใจกลางเมืองเก่า อยู่บนเนินเล็กๆค่ะ แต่ที่นี่อยู่ในระดับความสูง 3000 กว่าเมตรแล้ว ใครที่ไม่ชินกับอากาศที่เบาบาง ก็อาจจะรู้สึกเหนื่อยกับการเดินนิดหน่อยบางคนถ้าร่างกายไม่แข็งแรงเลยก็จะมีอาการหายใจไม่ทันหน้ามืดได้เล็กน้อยยังไงก็ระวังนะคะ ที่วัดนี้จะมองเห็นน้องวิวทั้งเมืองเลยค่ะ และยังมี ระฆังหมุนอันใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ใหญ่โตสวยงามจริงๆค่ะ แล้วก็หนักมากด้วย กว่าจะเดินครบ 3 รอบทำเอาเหนื่อยเลย แล้วยังไงเดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องการตามหาซับบาลาต่อให้ฟังวันหลังนะคะ

ในที่สุดก็ถึงดินแดนในฝัน ซัมบาลา ที่ๆคนบอกว่าเป็น Utopia ทุ่งเขียวคะจีอันสมบูรณ์กว้างไกลจนสุดลูกหูลูกตา มีทั้งม้าทั้งแกะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มองไปไกลๆก็จะเห็นภูเขาสูง เป็นบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ช่างสวยงามจริงๆ สงบนิ่งไร้ความทุกข์ ดูชาวบ้านที่นี่จะใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ได้ยึดติดกับวัตถุต่างๆอย่างพวกเรา เรานี้ดูแปลกไปเลยค่ะ สังคมก้มหน้าไปไหนก็เล่นแต่โทรศัพท์ ขนาดเดินเล่นอยู่ในทุ่งยังเล่นโทรศัพท์เลย ที่นี่มีร้านขายของชาวบ้านด้วยนะคะ แต่พวกเราไม่ได้ซื้ออะไร ทริปนี้อีกยาวไกลค่ะกระเป๋าเต็มตั้งแต่มาแล้วด้วย เป็นทริปที่ยาวที่สุดที่พวกเราเคยไปด้วยกันเลยค่ะ นี่ก็เพิ่งครึ่งทางของทริปครึ่งเดือนเอง หนทางอีกยาวไกล หลังจากเดินเล่นกันเสร็จก็ได้เวลาอาหารเย็นวันนี้ได้มีโอกาสกินอาหารพื้นเมืองและดูโชว์ด้วยค่ะเพราะทานกันเสร็จก็มีการไปเต้นกันรอบกองไฟสนุกไปอีกแบบนะคะ

ยังไงก็ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ เราเหลืออีก 2 วันในจีนค่ะก่อนที่จะไปทิเบต พรุ่งนี้ก็จะขึ้นไปที่อุทยานเพื่อปรับตัวกับสภาพความสูงและ อากาศอันเบาบางอีกครั้ง กลับไปคราวนี้ฟิตเลยค่ะ


อีกหนึ่งสถานที่น่าประทับใจของทริปนี้คืออุทยานที่ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3500 ถึง 4000 เมตร [Pudacuo National Park] เป็นอุทยานที่สวยมากค่ะ มีทั้งทะเลสาบทุ่งหญ้าภูเขาและสัตว์ป่ามากมาย พวกเราสองคนชอบที่นี่มากค่ะอาจจะเป็นเพราะพวกเราชอบธรรมชาติและการเดิน เลยรู้สึกสนุก เดินเล่นไปเรื่อยๆ 3-4 ชั่วโมง ถ่ายรูปเล่นเพลินดีค่ะ ใครไม่ชินกับอากาศและความสูงก็อาจจะลำบากหน่อย แต่ไม่ต้องเดินเยอะอย่างพวกเราก็ได้ค่ะใช้นั่งรถบัสจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง รัฐบาลจีนได้จัดการทุกอย่างไว้อย่างดีเยี่ยม มีรถบัสวิ่งตลอดไม่ต้องรอนาน ทางเดินก็ถูกจัดมาเป็นอย่างดี เดินไม่ยากและปลอดภัยค่ะ ห้องน้ำก็สะอาดนะคะ อันที่จริงห้องน้ำที่ดีๆที่จีน ก็เป็นตามสถานที่เที่ยวที่ทางรัฐดูแลทั้งนั้น แปลกใจอยู่เหมือนกันค่ะ

พอตื่นมาก็เตรียมตัวเดินไปวัด Songzanlin กันค่ะ ระยะทางทั้งหมด 10 กม เราก็เดินถ่ายรูปในเมืองเก่าไปเรื่อยแล้วก็แวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารอินเดียร้านหนึ่ง ร้านน่ารักดีค่ะ เป็นร้านเล็กๆ อาหารอร่อยเลยนะ ที่จริงเมืองนี้ร้านอาหารอร่อยทั้งนั้นเลยนะคะ อาหารฝรั่งแล้วก็อาหารอินเดีย ไม่ต้องทานอาหารจีน หลังจากทานข้าวเสร็จก็เดินต่อ ซื้อของตามทางกว่าจะถึงวัดก็บ่ายแล้วค่ะ เราเดินกันสบายๆ อากาศดี ต้องอย่าลืม เอาเสื้อกันแดดกับหมวกมากันนะ แดดแรงมากถึงอากาศจะเย็น ตัวดำไม่กลัวค่ะ กลัวมะเร็งจะถามหา

วัดนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3380 เมตร มีทะเลสาบอยู่ข้างหน้า ภูเขาอยู่ข้างหลัง ถูกต้องตามฮวงจุ้ยเลยค่ะ ค่าเข้าที่นี่ถ้าจำไม่ผิดก็ 100RMB พวกเราเลือกที่จะเดินรอบทะเลสาบแทนที่จะตรงเข้าไปในตัววัดเลย บรรยากาศสงบดีค่ะ เดินรอบทะเลสาบก็เจอพระหลายอยู่ ตัววัดเองก็สวยดีค่ะใช้เวลาเดินดูไม่นาน ใช้เวลาถ่ายรูปเล่นตรงทะเลสาบเยอะกว่า เพราะจะเห็นวิววัดด้วย สวยมาก ที่นี่แนะนำมากนะคะ

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button