AsiaTravel
Trending

ประสบการณ์เข้า-ออก อิสราเอล Israel โดนหาว่าเป็น security risk ด้วยนะ!

พอจะรู้แต่ต้นอยู่แล้วว่าน่าจะมีปัญหา (คำถาม) ตอนขาเข้าแน่ๆ เพราะเราเพิ่งไปอิหร่านมาเมื่อเดือน 5 (https://pantip.com/topic/37729149) แต่ไม่คิดว่าจะโดน assess ว่าเป็น security risk ตอนขาออกด้วย อย่างเราจะไปทำอะไรใครได้คะ อีกอย่างก็เป็น atheist ไม่แคร์เรื่องศาสนาอยู่แล้ว

รูปจากการเดินทาง 4 วัน ใน Tel Aviv, Jerusalem และก็ Jericho, Ramallah, Bethlehem ในฝั่ง Palestine/West Bank




Visa วีซ่า

อันที่จริง ก็โดนตรวจเข้มตั้งแต่ตอนไปขอวีซ่าที่กงศุลอิสราเอลในลอนดอนแล้ว พอเห็น stamp เข้า Iran เท่านั้นแหละ มาเลยจ้า เจ้าหน้าที่อีกสองคน คงจะมาดูว่าเราโกหกตอนตอบคำถามรึเปล่า ดีที่เราเป็นนักเรียนในลอนดอน เอกสารครบ แล้วก็บอกไปว่า ดูเพจในเฟสกับไอจีของเราได้นะ เราเที่ยวเก็บประเทศค่ะ จะเอาให้ครบ 100 ปีนี้





หนังสือเดินทางไทยไม่มีทางเลือกนะคะ ยังไงก็มี วีซ่า sticker เต็ม 1 หน้า หลบประเทศมุสลิมต่างๆไม่ได้ว่าเคยไป Israel แล้ว เช็คดีๆนะคะใครอยากไปเที่ยวไหน อย่างอิหร่าน ถ้ามี stamp อิสราเอล เข้าไม่ได้เลย คนอิสราเอลก็เข้าไม่ได้ มีอีกหลายประเทศเหมือนกันที่มีปัญหา วางแผนดีๆค่ะ อาจจะไปตอนหนังสือเดินทางจะหมดอายุก็ได้



Arrival โดนสงสัยตั้งแต่มาถึง

ลงเครื่อง ก็โดน ตม จัดก่อนเลยค่ะ ดีที่ทริปนี้ไม่ได้มาคนเดียว ไม่งั้นถามยาวแน่ๆ พอเขาเห็น stamp อิหร่าน ก็ถามว่าไปทำไม ไปทำอะไร ยังถามอีกด้วยว่าก่อนที่จะเรียนอังกฤษเรียนที่ไหน คงจับสำเนียงเมกันเราได้ ยังดีที่ตมคนนี้ไม่เกลียดเมกัน หลังจากถามเสร็จเขาก็รอจนกว่าเพื่อนเราจะผ่านเข้าไปก่อน ถึงให้เราเข้าประเทศ








Departure จัดหนัก ทำอย่างกับว่าเราดูน่าสงสัย

เตือนว่าถ้าไม่มีกระเป๋าใหญ่ ให้มาสนามบินก่อน 2 ชม ถ้าจะ load กระเป๋ามาก่อน 3 ชม นะคะ มีผู้โดยสารอีกคนเล่าให้ฟังว่า โดนสอบ 2 ชม เกือบตกเครื่อง โหดมาก

พอถึงสนามบิน จะมีพนักงาน security ยืนถามคำถาม ก่อนที่จะให้ไป counter เช็คอิน เรามากับเพื่อน เขาก็จับแยก ถามทีละคน  คำตอบและประวัติการเดินทางในเล่มของคุณจะเป็นตัวบงบอกว่าคุณจะได้ sticker สีขาวหรือเหลือง และเลขอะไร ถ้าได้สีขาวและเลขที่ออกต่ำกว่า 5 คุณก็สบาย แต่ถ้าเลขที่ออกคือ 6 (สีเหลือง) ก็เตรียมใจโดนตรวจเยอะได้เลย



เรารู้อยู่แล้วว่าได้ใบเหลืองแน่ๆ เราไปประเทศมุสลิมมาก็หลาย ในหนังสือเดินทางเล่มนี้มีทั้ง Iran, Egypt, Malaysia, Brunei ดีไม่ใช้อีกเล่มเที่ยว มีทั้ง Indonesia, UAE, Qatar, Bahrain, Oman, Jordan, Turkey คงโดนถามจนตกเครื่อง

เขาไล่ถามเกี่ยวกับแต่ละ stamp ที่เขาสงสัย เปิดดูทุกหน้า ปัญหาหลักของเราคือ Iran และ Malaysia อิหร่านเรายังเข้าใจนะ แต่มาเล จริงดิ? งงมาก เขาถามว่าไปทำอะไรที่อิหร่าน เราบอกมี Travel Blog ก็ไปเที่ยว ไม่ได้รู้จักใคร ยังมาถามอีกพักที่ไหนบ้าง แบบจะเอาชื่อ รร ไหม? เราเลยบอกไปแค่ว่าอยู่ รร ทั้งสีคืนไปดูในเพจบนเฟสได้นะ ใครจะจำชื่อได้หมด

พอเรื่อง Malaysia บอกไปงานแต่งเพื่อน เท่านั้นแหละ ยาวเลยจ้า เพื่อนชื่ออะไร อยู่ที่ไหน รู้จักมานานเท่าไร เจอกันปีไหน คุยกันบ่อยไหม เจอ/คุยเดือนละกี่ครั้ง เพื่อนทำอะไร เรานี้แบบนะ ก็บอกอยู่ว่าเพื่อนเราอะ คนไทย เมีย Malay นานๆเจอทีเวลาเรานัดกับเพื่อนเรา ไม่ได้นัดแฟนเพื่อนโดยตรง เขาถามวนไปวนมา ซ้ำๆหลายรอบเลย แล้วก็เรียกเพื่อนที่มาด้วยมาถามเรื่อง เพื่อนมาเลหนักอะ ไม่ขอดูรูปเลยละ







ระหว่างถาม นางก็เดินไปหาหัวหน้านางสามรอบ รอบที่สามเดินกลับมาพร้อม sticker เบอร์ 6 สีเหลือง เราก็ขำๆ เพราะอยากรู้เป็นประสบการณ์อยู่แล้ว ว่าคนที่เขาคิดว่าน่าสงสัยจะโดนอะไรบ้าง

เข้าไปถึงตรง security จะมีพนักงานคอยดู sticker ใครได้ เบอร์ 5 หรือ 6 โดนแยกไปอีกแถว เพื่อนเราได้เบอร์ 5 ก็ตรวจธรรมดา มีดูของเพิ่มนิดหน่อย

เรานี่ดิ โดนตรวจ xray แบบเครื่อง xray ที่โรงบาลนะ ไม่ใช่เครื่องหมุนๆเหมือนสนามบินอื่น ให้เราถอดรองเท้าไปสแกนแยกอีก หนักสุดก็คือโดน pat down หนักกว่านี้ก็ต้องแก้ผ้าแล้วอะ ลูบเท้า/ถุงเท้า ขอบเสื้อใน/กางเกงใน พอดีชุดเรามี zip ข้าง ก็เช็คใหญ่เลย แบบนะ ดูหน้าคนใส่แล้วคิดว่ามันจะมีอะไรไหม แต่ก็ตลกดีอะ ได้ดูการทำงานแบบตรึงเคลียด ทุกคนหน้านิ่ง หน้าตายมาก ระหว่างการตรวจ เราก็นั่งมองของเราตลอด ของหายอะไม่กลัว กลัวใครแอบเอาอะไรมาใส่มากกว่า พนักงานก็บอกว่า no worry มีกล้องวงจรปิดเยอะ เราเลยย้อนไปว่าของเราแพง จบนะ




หลังจากตรวจตัวเราเสร็จ ก็ได้เวลาตรวจกระเป๋า เรามี backpack กับ carry-on ที่ล็อคอยู่ เขาก็ตรวจเป้ก่อน เทของออกมาหมดแล้วก็ใช้ที่ตรวจหาสารลูบของทุกชิ้น พอเจอกล้องเราที่หนักๆหน่อย ก็ขอให้ถอดเลน เราบอกไม่ได้ ไม่ถอด กล้องแพงเดี๋ยวฝุ่นเข้าหน้ากล้อง เขาก็แบบอะไรวะ แต่ก็โอเคปล่อยแล้วไปตรวจอย่างอื่นต่อ

บอกให้เราปลดล็อคกระเป๋าแล้วนั่งลง เขาก็ลูบของทุกชิ้นใน carryon กางเกงใน เสื้อใน โดนขุดออกมาหมด พอเจอ adapter ก็มาดุว่านี้เป็น electronic นะ ต้องเอาออกมาจากกระเป๋า เจอสวนเลย ว่าไปกี่ประเทศก็ไม่เคยเอาออกเพราะมันคือปลักไฟ ปกติดูกันแค่ laptop, mobile, power bank คือถ้าจะทำอะไรไม่เหมือนที่อื่น ก็ติดป้ายบอกดิ จะได้เอาออกมา




รื้อของจนพอใจแล้ว ก็มาบอกว่าต้องทิ้งน้ำกุหลาบฉีดหน้าจากอิหร่าน แต่ถ้าอยากใช้ก่อนทิ้งก็ได้ เรานี้จัดฉีดอย่างเยอะ จนเขาบอกให้พอ กลิ่นแรง 555+ (ก็นั้นคือจุดประสงค์ของเรา เจ็บใจยิ่งใช้ดีๆอยู่)

หลังจากนั้นก็ไล่ให้เราไปได้ ก่อนไปเราถามว่าคนได้ sticker เหลืองเยอะไหม นางก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง sticker อะไร เราเลยบอกว่า เรารู้นะ ใช้ sticker เพื่อ classify คนตาม risk assessment 😏 นางเลยบอก sorry บอกไม่ได้ และก็ขอบคุณที่เข้าใจ แล้วก็เดินหนีไปเลย

การเดินทางต่อไป

ลงพันทิบแค่เดือนละครั้งนะคะ อัพเฟสอาทิตย์ละครั้ง

Facebook.com/traveldouble
Instagram: @traveldouble

ไปเที่ยวกับเรา // Other posts on Blue Planet

นอนบนหลังคารถ Namibia: https://traveldouble.co/2017/08/02/roadtrip-รอบนามิเบีย-นอน-rooftop-tent/
ขับรถเที่ยว Iceland: https://traveldouble.co/product/ขับรถเที่ยว-iceland-ใน-7-วัน-itinerary-thai-ver/
ลุยเดี่ยว Cuba: https://traveldouble.co/2018/05/04/solo-travel-in-cuba-แม่-ญ-คนเดียวก็ย้อนเว/
ห้องอาหารใต้น้ำMaldives: https://traveldouble.co/2018/02/12/maldives-hurawalhi-resort-5-8-ห้องอาหารใต้น้ำ/
งบน้อย ส่องสัตว์ Kenya: https://traveldouble.co/2017/11/12/ลุย-kenya-5-วัน-แบบงบสบายกระเป๋/
ดินแดนหมีขาว Svalbard: https://traveldouble.co/2017/09/20/พาตลุยดินแดนหมีขาว-แห่ง/
Tibet: https://traveldouble.co/2018/05/11/ตามหาชัมบาลา-shambhala-แต่อยู่ๆ/
ผญ คนเดียวเที่ยว iran: https://traveldouble.co/2018/06/29/solo-traveler/

Show More

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back to top button
%d bloggers like this: